E-document ในส่วนของการจ่าย จะมีผลกระทบเปลี่ยนแปลงการทำงานในส่วนไหนบ้าง มาอ่านกัน...

คราวที่แล้วเราได้คุยกันในส่วนการทำงานที่เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่มที่ E-document จะมีผลกระทบต่อซอฟต์แวร์และผู้ทำงาน อยากให้ทบทวนว่า E-document คืออะไร สำหรับท่านที่ไม่ได้ฟังสัปดาห์ที่แล้ว

E-document คือ digital technology ที่จะทำให้การส่งเอกสารสำคัญให้กันระหว่างคู่ค้า เร็วขึ้น ส่งล่วงหน้าก่อนสินค้าถึง และส่งแจ้งกรมฯ ด้วย ผ่านทางช่องทางที่เหมาะสมกับขนาดของธุรกิจ ซึ่งจะเกี่ยวกับขั้นตอนงานสำคัญๆ ได้แก่ การออกใบกำกับภาษีซื้อขายต่อกัน การทำจ่ายจากบัญชีหนึ่งไปยังบัญชีหนึ่ง การหักภาษี ณ ที่จ่ายโดยคนกลางที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น โดยมี security process ที่เรียกว่า “digital Signature” เข้ามามีบทบาทสำคัญด้วย

คราวนี้เราจะพูดต่อมาในส่วนงานที่จะได้รับผลกระทบ จากระบบ E-document นี้ นั่นก็คือส่วนของการจ่ายและรับเงินนั่นเองรวมไปถึงการหักภาษี ณ ที่จ่ายด้วย

ณ วันนี้ดิฉันเชื่อว่าหลายท่านคงเคยได้ยินคำว่า prompt pay และ e-payment แต่ในการที่เราจะได้เริ่มใช้ดิจิตอลเทคโนโลยีนี้ คงยังไม่ทั่วถึงและสำหรับคนที่ยังไม่ได้เริ่มใช้จริงๆก็อาจจะนึกภาพไม่ออกว่ามันง่ายหรือยุ่งยากเพียงใด มันเข้ามาทดแทนงานส่วนไหนของเราได้บ้าง ยังไม่ทันได้ คุ้นเคยเลยก็มีอีกคำหนึ่งว่า e-document เข้ามาในระบบอีก

แล้ว E-document ในส่วนของการจ่ายนั้น ขอคุณเจนแนะนำว่าจะมีผลกระทบเปลี่ยนแปลงการทำงานในส่วนไหนได้บ้าง?

ในปัจจุบันหากบริษัทใดที่ต้องทำจ่ายโดยมีรายการเยอะมากๆ ทางหนึ่งที่สะดวกด้วยกันทั้งสองฝ่ายนั่นก็คือส่งรายการที่ผู้จ่ายอนุมัติทำจ่ายนั้นให้กับทางธนาคารที่ผู้จ่ายใช้บริการอยู่ เพื่อให้ธนาคารนั้นจัดการโอนจำนวนเงินดังกล่าวไปเข้าบัญชีของทางผู้ขายให้เลย นั่นแปลว่าผู้ขายไม่ต้องเดือดร้อนส่งคนเดินทางมาต่อแถวรับเช็ค และเป็นเหมือนกับจ่ายเงินสดเพราะไม่ต้องคอยวันขึ้นเช็คด้วย ทั้งนี้เขามักปฏิบัติต่อผู้ขายที่มีพฤติกรรมดีน่าเชื่อถือและคบหากันมานาน ทำให้ลดต้นทุน ขั้นตอนงาน คนทำงาน ของทั้งทางผู้จ่ายและผู้รับเงินลงไปอย่างมาก นั่นแปลว่า ข้อมูลที่เกี่ยวกับคู่ค้าและลูกค้าของเรา เริ่มต้องมีมากขึ้น จำเป็นมากขึ้นกับสัดส่วนต้นทุนของเราด้วย ทาง DP ในนามโปรแกรม MAC-5 เห็นถึงความสำคัญของข้อมูลของทุกส่วนงานมาตลอด 26 ปี จึงเป็น Software แรกที่ออกแบบโปรแกรมให้สอนธุรกิจให้ออกแบบข้อมูลสินค้า ลูกค้า คู่ค้า บัญชี การเงิน การรับจ่ายเช็คและเงินสด ระบบภาษีทุกชนิด อย่างมีระบบทันสมัย ทำงานน้อย ให้รายงานที่นำเอาข้อมูลที่บันทึกเข้าไปมาทำประโยชน์ต่อยอด แยกงาน วิเคราะห์รายละเอียดต้นทุนแยกรายฝ่าย รายคนได้ทันที ตอบโจทย์ผู้บริหารที่ต้องการข้อมูลจากระบบบัญชี เพื่อการตัดสินใจ ไม่ใช่แค่ทำบัญชีปิดงบ

E-document ต่อยอดเรื่องนี้อย่างไร?

ก็แทนที่จะส่งแค่ยอดเงินที่จะจ่ายให้กับทางผู้ขายเท่านั้น ผู้จ่ายจะมอบหน้าที่การหักภาษี ณ ที่จ่ายให้กับทางธนาคารช่วยดำเนินการให้ด้วย แต่สิ่งที่พูดอยู่นี้ยังไม่ได้เสร็จสิ้นขั้นตอนพิจารณาหรือออกเป็นกฎหมายฉะนั้นสิ่งที่ดิฉันพูดอยู่ เป็นเพียงแนวทางที่น่าจะเกิดขึ้น ตามที่ได้ไป รับทราบข้อกำหนดความเป็นไปได้ กับทางธนาคารมา เพราะทางซอฟต์แวร์เองก็ต้องเตรียมเปลี่ยนแปลงโครงสร้างวิธีการทำงานในขั้นตอนจ่ายนี้พอสมควรเหมือนกัน

นั่นแปลว่าผู้จะจ่ายต้องทราบชัดเจนแล้วว่าตนเองต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้เท่าใดแล้วส่งข้อมูลนั้นให้กับทางธนาคารดำเนินการให้?

ถูกต้อง ดิฉันถึงย้ำมาตลอดถึงความสำคัญในการเก็บข้อมูลที่มีเข้ามาในระบบ Software บริหารจัดการหลังบ้าน ที่ต้องมีคุณภาพ มีรายละเอียดช่วยให้เราสามารถนำข้อมูลไปต่อยอดได้ง่ายด้วย เหมือนเป็นการหักภาษี ณ ที่จ่ายแทนให้กันซึ่งในธุรกิจโลจิสติกส์ก็ทำอยู่เป็นปกติ แต่ในส่วนของธุรกิจทั่วไปขั้นตอนที่เราคุยกันอยู่นี้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าเป็นไปได้สูงเท่านั้นก่อน

การร่วมมือกันเปลี่ยนแปลงระบบการทำงาน ให้เป็น e-document นี้ มีผลในระดับภาพรวมของเศรษฐกิจอย่างไร?

การนำยื่นภาษีซื้อขาย ภาษีบุคคลธรรมดา ภงด. 50 ทาง internet ที่มากขึ้นกว่า 50% ของผู้มีหน้าที่ เป็นสถิติตัวหนึ่งที่ทำให้ประเทศเราถูกจัดอันดับดีขึ้น น่าเชื่อถือในการมาลงทุนมากขึ้น เพราะใช้ทรัพยากรน้อยมากกว่าประเทศเพื่อนบ้านที่ระบบภาครัฐยังไม่มีประสิทธิภาพเหมือนประเทศไทย อีกทั้ง เป็นการลดขั้นตอน ต้นทุนบริหารจัดการเงินสดและเช็ค ของทางภาครัฐไปเป็นหลาย 10,000 ล้านบาทต่อปีทีเดียว ทำให้ภาครัฐมีกำลังพล ที่จะมาบริการประชาชนด้านอื่นๆได้ดีขึ้น จึงต้องผลักดันเรื่อง e-payment และ prompt pay ผ่านเลขที่ผู้เสียภาษี เพื่อรัฐจะได้คืนเงินภาษีตรงเข้าไปสู่บัญชีเจ้าตัวได้เลย ไม่ต้องเสียทรัพยากรทำจ่ายออกมาเป็นเช็ค ส่งไปรษณีย์ไปให้ แล้วประชาชนแต่ละคน ก็ต้องเดินทางไปธนาคารเพื่อเอาเช็คไปเข้าบัญชีอีก

เราอาจนึกไม่ถึงว่าการทำรายการระหว่างกัน ที่ต้องมีขั้นตอน คนทำงาน ใช้เวลาหมดไปกับการเดินทาง รอนั่งรอคิว ไม่ว่าจะเป็นการไปวางบิล ไปเก็บเงิน การไปธนาคาร ไปยื่นแบบภาษีนั้น เป็นต้นทุนสูญเปล่าที่ทุกบริษัทสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ง่ายๆ ทีนที ด้วยการให้ความสนใน ใช้ประโยชน์จาก digital technology นี้ ร่วมมือกับนโยบายที่ภาครัฐพยายามผลักดันอยู่ แม้ว่ามันอาจไม่ชัดเจนมากนัก แต่ที่ดิฉันได้ยกตัวอย่าง มานี้ ก็ทำให้ท่านผู้ฟังพอเห็นถึงต้นทุนทรัพยากรในการทำธุรกิจที่สามารถลดลงได้อีกเป็น 10-30% ทีเดียว

โดย คุณเจนจิรา ประยูรรัตน์

ออกอากาศวันที่ 6/12/2016 ในรายการ Software Sharing ทางวิทยุคลื่นความคิด 96.5 FM

Copyright by Double Pine Co., Ltd.

Related Post
X
X