Business Software ที่ใช้กันโดยดูจากความต้องการทางธุรกิจนั้น บางท่านอาจจะยังไม่แน่ใจว่าควรจะมองหาอะไรก่อน เรามาลองดูกันว่าธุรกิจแต่ละขนาดจะใช้ซอฟต์แวร์ที่เรียกกว่าอะไรกันบ้าง

ครั้งที่แล้วได้พูดถึงเรื่องขององค์กร ICDL Thailand ที่เราสนใจ เพราะมี mission ที่จะมุ่งยกระดับขีดความสามารถของการใช้ซอฟต์แวร์ขั้นพื้นฐาน หรือ เครื่องมือ digital ทั้งหลายเพื่อการทำงานไม่ใช่แค่ไลฟ์ไตล์ ซึ่งก็คล้ายกับทาง ดับเบิ้ล ไพน์ เองก็มุ่งที่จะให้ความรู้ในเชิงของซอฟต์แวร์ ในคราวนี้ เราก็จะมาเพิ่มเติมเสริมความรู้ให้ทุกคนกันอีกหน่อยเกี่ยวกับซอฟต์แวร์

โดยวันนี้จะเป็นเรื่องของการยกประเภทของซอฟต์แวร์สำหรับธุรกิจหรือ Business Software ที่ใช้กัน ตาม “ขนาด” ของธุรกิจได้พูดกันไปบ้างแล้ว เกี่ยวกับประเภทกว้างๆของซอฟต์แวร์ ว่ามีให้เลือกมากมายโดยดูจากความต้องการทางธุรกิจ หรือประเภทธุรกิจ แต่บางท่านอาจจะยังไม่แน่ใจว่าควรจะมองหาอะไรก่อน เรามาลองดูกันว่าธุรกิจแต่ละขนาดจะใช้ซอฟต์แวร์ที่เรียกกว่าอะไรกันบ้าง

  1. ธุรกิจขนาดเล็ก แบบเล็กจริงๆ ทำกันเอง ส่วนใหญ่ก็คนในครอบครัว จะใช้ Office Suite คือพวก Microsoft Office และโปรแกรมบัญชีตัวเล็กๆ ที่ไว้เก็บตัวเลขที่ไม่ซับซ้อน ไม่มีการเอาข้อมูลดิบเหล่านั้นมาวิเคราะห์อะไรมากมาย รายงานส่วนใหญ่จะค่อนข้างตรงไปตรงมา ใส่อะไรได้อย่างนั้น
  2. ธุรกิจขนาดกลาง หรือจะเรียกว่า SME ก็ได้ กลุ่มนี้ range ของขนาดจะค่อนข้างกว้าง จะเริ่มใช้ซอฟต์แวร์หลากหลายประเภทมากขึ้น อาจจะใช้ซอฟต์แวร์ไม่รวมกัน แยกกันใช้ ข้อดีคือขึ้นงานง่ายและเร็วกว่า เพราะไม่ดึงกันและกัน เหมาะสำหรับองค์กรที่ระบบอาจจะยังไม่โฟลว์เป็นระบบขนาดนั้น เช่น
    • CRM ไว้บริหารลูกค้าสำหรับทีมขายและการตลาด
    • HRM (Human Resources Management) สำหรับทีม HR
    • Customer Service Management หรือ Field Service Management สำหรับบริหารทีมบริการลูกค้าทั้งที่นั่งในออฟฟิศ หรือที่ออกไปบริการนอกพื้นที่
    • POS (Point of Sales) ระบบขายหน้าร้านสำหรับร้านที่เริ่มมีสาขา หรือจะเป็นพวกหน้าร้านออนไลน์
    • Messaging โปรแกรมเพื่อการสื่อสารภายในอย่างเป็นระบบในองค์กร และ
    • ซอฟต์แวร์บัญชีที่ตัวใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เพราะต้อง process ข้อมูล transaction ที่มากขึ้น เก็บข้อมูลสต็อกที่เยอะขึ้น ละเอียดและซับซ้อนขึ้น ต้องรองรับการทำธุรกิจที่มีเงื่อนไขไม่ตรงไปตรงมา ซึ่งความจริงตรงนี้คือเหตุผลที่ลูกค้าหันมาใช้ MAC-5 มากขึ้น
      เป็นต้น
  3. ธุรกิจขนาดใหญ่ถึงใหญ่มาก กลุ่มนี้จะไม่มานั่งเลือกซอฟต์แวร์หลายๆตัวแล้วมาพยายามประติดประต่อกันเองแล้ว จะหันมาใช้ซอฟต์แวร์ที่ ทำหน้าที่พัฒนาศักยภาพของการทำงานของคนและระบบในองค์กร ซึ่งได้แก่
    • ระบบ ERP (Enterprise Resources Planning) ที่คนไทยเรารู้จักกันดี ทำหน้าที่รวมทุกหน้าที่ที่จำเป็นในองค์กรรวมกัน โดยส่วนมากก็จะรวมเอา CRM, HRM, SCM, Manufacturing, Warehousing, และระบบอื่นๆ มาเชื่อมกัน
    • ระบบ Enterprise Content Management ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลที่กระจัดกระจายในองค์กร จัดการเอกสาร ไฟล์ รูป และอื่นๆในองค์กรให้อยู่ในฐานข้อมูลเดียวกัน มีการจัดการสิทธิการเข้าถึงของคนในแต่ละระดับ
    • ระบบ Business Process Management (BPM) โฟกัสที่การพัฒนาระบบให้ส่งผลสูงสุด เพิ่มคุณค่าให้กับสินค้า บริการสำหรับลูกค้า คล้ายคลึงกับการทำ TQM
      เป็นต้น

 

จะเห็นได้ว่า เรื่องเหล่านี้สำคัญเพราะทำให้เรารู้ได้ว่าซอฟต์แวร์นี้จะเหมาะกับเราหรือไม่ เวลาไป search หาออนไลน์ แต่ก็ต้องยอมรับว่าความหมายของคำเหล่านี้ยังไม่นิ่งนักในตลาดซอฟต์แวร์ของไทย

จากที่ดับเบิ้ลไพน์ทำมา 25-26 ปี เราจะพบเจอลูกค้าที่เป็นธุรกิจกลางถึงใหญ่ ที่ต้องการ ทำให้ระบบงานอัตโนมัติมากขึ้น เก็บข้อมูลได้มากขึ้น และดึงรายงานที่ซับซ้อนได้มากขึ้น รวมถึงนำไปใช้ในการจับขั้นตอนการผลิตเบื้องต้นด้วย บางครั้งลูกค้าของเราก็ใช้ซอฟต์แวร์อื่นควบคู่ไปกับ MAC-5 ของเราด้วย บางครั้งก็เอาเราเข้าไปทดแทนทั้งหมด แต่ที่เราเจอบ่อยมากเลยก็คือ เวลาถามเกี่ยวกับฟีเจอร์ ความสามารถของโปรแกรมเรา จะมีการถามถึงฟีเจอร์ที่ความจริงเป็นของโปรแกรมตัวอื่น ที่ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจงลงไป เพราะไม่รู้ว่าสิ่งที่ต้องการนี้มันคือซอฟต์แวร์อีกประเภท เราก็มีหน้าที่ชี้แจงให้ฟังว่าซอฟต์แวร์นี้คืออะไร และเชื่อมกับเราได้ยังไง

ถึงตรงนี้อยากจะย้ำอีกที ว่าประเภทซอฟต์แวร์ที่พูดมา คือซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการบริหารธุรกิจ ซึ่งให้มองว่าเป็น core engine เป็นหลักของธุรกิจ ที่อาจจะไม่ได้มีทุกฟีเจอร์ที่เราต้องการหากฟีเจอร์นั้นเฉพาะเจาะจงกับธุรกิจของเรามากๆ ตรงนี้เราก็ควรจะมองหาการ plug-in หรือการเชื่อมต่อจาก core หลักไปยังซอฟต์แวร์หรือ app ที่ทำหน้าที่นี้โดยตรง

ซึ่งตรงนี้คือสิ่งที่แจนได้ offer ไปในคราวก่อนๆ และได้แนะนำหลายๆ คนไปแล้ว บางคนบอกว่าอยากจะเปิด shop ออนไลน์มันคือตัวไหน อยากจับผลงานของ sales มันคือตัวไหน อยากจะได้ระบบเอาไว้ book เวลา ใช้อะไรได้บ้าง พวกนี้ทั้งหมดคือซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่เล็กๆของมัน และทำได้ดี แต่ก็ไม่ได้แปลว่าทุกอย่างจะเชื่อมกันได้เป็นเนื้อเดียวกัน ถ้าอยากจะเชื่อมจริงๆ เราต้องวางแผน และมองภาพใหญ่ให้ออกก่อน แล้วดูว่าจะเอาข้อมูลไหนไปต่อกับอะไร

สรุปแล้ว หากคุณเป็นธุรกิจที่เล็กมากๆ ก็อาจจะมองหาซอฟต์แวร์บัญชีแบบเล็กๆไปก่อน เราอยากจะแนะนำว่าไม่ควรจะใช้ excel เพราะคนไม่ได้มีมาก ต้องใช้เครื่องทุ่นแรง หากคุณเป็นธุรกิจขนาดกลาง SME ก็ควรจะเริ่มมองหาพวก ERP ขนาดเล็กถึงกลางก่อน มองหาตัวฟีเจอร์บัญชีที่ advanced ขึ้น เข้าไปสังเกตดูว่าหน่วยงานไหนจำเป็นต้องมีระบบเข้าไปเกี่ยวเนื่องมากขึ้นแล้ว เลิกใช้ Excel ถ้าคุณไม่อยากเจองานหนักตอนจะขึ้นใช้ซอฟต์แวร์ใหม่ และหากคุณเป็นธุรกิจใหญ่ก็มองหา ERP ได้เลย  แต่ธุรกิจเล็กก็ไม่ได้แปลว่าซอฟต์แวร์ที่มองหาจะราคาถูกเสมอไป เพราะหากความต้องการเยอะและยาก ก็ต้องขยับขึ้นมาตามลำดับ MAC-5 ของเราจึงมีหลายเวอร์ชั่น เพื่อรองรับธุรกิจเล็กที่ความต้องการใหญ่ และธุรกิจกลางถึงใหญ่ที่มองหาตัวช่วยอย่างสมระดับ

ครั้งหน้าเราจะมาพูดกันว่า แล้วเมื่อไหร่ถึงจะรู้ว่า Excel รับมือคุณไม่ได้แล้ว? เรามี 5 สัญญาณที่จะช่วยให้คุณสังเกตตัวเอง!

 

โดย คุณเจนจิรา ประยูรรัตน์  

ออกอากาศวันที่ 20/09/2016 ในรายการ Software Sharing ทางวิทยุคลื่นความคิด 96.5 FM

Copyright by Double Pine Co., Ltd.

Related Post
X
X